|
29 พ.ย. 2006 11:25น. |
|
ยินดีต้อนรับสู่โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
View Larger Map
พื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นับเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญทั้งด้านการเมือง ความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวมากพื้นที่หนึ่ง ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการพัฒนาต่อไปในอนาคต แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม ที่มีความหลากหลาย ทั้งทางด้านภาษา วัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีการดำเนินชีวิต ที่แตกต่างไปจากสังคมใหญ่ของประเทศ โดยกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามชายแดน ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา จะมีความสัมพันธ์ทางเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงควรเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนคนไทยชายขอบ และชุมชนชายขอบของประเทศกัมพูชาให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร
การศึกษาเพื่อเรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงวัฒนธรรมในมิติต่างๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นช่องทางหนึ่งที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนคนไทยชายขอบ และชุมชนชายขอบกับประเทศกัมพูชา เพราะจะทำให้ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มคนในประเทศกัมพูชา “การรู้เขารู้เรา” จะนำไปสู่การดำเนินนโยบายกับประเทศกัมพูชาในด้านต่างๆ ในลักษณะที่มีความเหมาะสมและเท่าเทียมกัน อันจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนสืบไป
Write Comment (0 comments) |
|
Last Updated ( 16 เม.ย. 2008 20:07น. )
|
|
|
07 ธ.ค. 2006 21:25น. |
|
โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นโครงการสำรวจ บันทึก และจัดระบบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรวัฒนธรรม แบบแผนวิถีชีวิต โลกทัศน์ และความรู้ท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ประกอบด้วย ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการสำรวจ การประเมินคุณค่าทรัพยากรทางวัฒนธรรม และการศึกษาข้อมูลจากมุมมองของคนในพื้นที่ หรือเจ้าของวัฒนธรรม
โครงการแผนที่วัฒนธรรมฯได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล (รองศาสตราจารย์เสาวภา พรสิริพงษ์ ศาสตราจารย์ ดร. สุวิไล เปรมศรีรัตน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงยุทธ บุราสิทธ์ ดร. นรเศรษฐ พิสิฐพันพร อาจารย์อิสระ ชูศรี สุวรรณี พรพนารมย์ และวิลาวัณย์ ปัดภัย) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 3 ปี ปีที่ 1 เป็นการพัฒนาฐานข้อมูลวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อจัดทำแผนที่วัฒนธรรมร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรม และสำนักงานวัฒนธรรมทั้ง 7 แห่ง ปีที่ 2 เป็นการศึกษาวิจัยเชิงลึกในประเด็นเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ฐานข้อมูลวัฒนธรรมในปีที่ 1 เป็นตัวกำหนดประเด็นและพื้นที่วิจัยร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรม และปีที่ 3 เป็นการแสวงหาภาคีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในบริเวณพื้นที่ชายแดนเพื่อนำเสนอข้อมูลและเครื่องมือที่ได้จากการศึกษาวิจัยมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนโดยใช้วัฒนธรรมเป็นฐาน แผนที่วัฒนธรรมที่ปรากฏใน web site นี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของโครงการวิจัยทั้งหมด
เนื้อหาของแผนที่วัฒนธรรมประกอบด้วย 7 ส่วน ได้แก่ (1) กลุ่มชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรมประเพณี (2) สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและแหล่งเรียนรู้ (3) ภูมิปัญญาของท้องถิ่น (4) ปฏิทินวัฒนธรรม (5) บุคคลด้านวัฒนธรรม (6) ตำนานและนิทาน และ (7) ประเด็นเกี่ยวกับชายแดน โดย ทั้ง 7 ประเด็นนี้มีขอบเขตครอบคลุมทั้ง 7 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น และในระดับกลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากตระหนักว่างานวัฒนธรรมจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง จำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานวัฒนธรรมเข้ามาร่วมมีบทบาทในกระบวนการทำแผนที่วัฒนธรรม ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด นากยกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนตำบล ผู้อำนวยการโรงเรียน ปราชญ์ชาวบ้าน และเจ้าของวัฒนธรรม
แผนที่วัฒนธรรมนี้ นอกจากจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมที่ประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว การศึกษาภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เหล่านี้อย่างถ่องแท้ และเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้จักในวงกว้าง จะทำให้เกิดความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างและความหลากหลายของวิถีชีวิต ระบบคิด ระบบความเชื่อ โลกทัศน์ และภูมิปัญญาของกลุ่มชนต่างๆ ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อันนำไปสู่การตระหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เมื่อมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วสามารถนำไปเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ทำลายฐานทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน และนำไปสู่การจัดการพื้นที่ชายแดนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
Write Comment (0 comments) |
|
Last Updated ( 22 ก.ค. 2007 17:37น. )
|
|
|
สานเสวนาภาษาในเพลงกันตรึม |
|
11 ก.ค. 2008 16:16น. |
|
มหิดลระดมศิลปินกันตรึมสานเสวนา การใช้ภาษาที่เหมาะสมในเพลงกันตรึมสมัยใหม่
คณะวิจัยมหิดลจัดเวทีให้กลุ่มศิลปินพื้นบ้านกันตรึม นักแต่งเพลง นักจัดรายการ และนักอนุรักษ์กว่า 50 คน ร่วมสานเสวนาเรื่องการใช้ภาษาที่เหมาะสมในเพลงกันตรึมสมัยใหม่ที่ออกอากาศทางสื่อ เริ่มจากสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน จากนั้นเปิดโอกาสให้ตัวแทนของกลุ่มกันตรึมโบราณและกันตรึม สมัยใหม่ได้ผลัดกันพูดและฟังกัน ในเบื้องต้นคิดตรงกันอยากให้เด็กรุ่นใหม่สืบทอดวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ เสนอให้ตั้งกรรมการที่รู้ภาษาถิ่นตรวจสอบภาษาก่อนเผยแพร่ และต้องการให้มีการพูดคุยอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจและนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม |
|
Last Updated ( 01 เม.ย. 2009 16:52น. )
|
|
อ่านต่อ...
|
|
|
|
<< Start < Previous 1 2 Next > End >>
|
| Results 1 - 6 of 7 |