xxx สามเหลี่ยมมรกต - Mahidol Cultural Mapping Project
header image
รู้จักกับเรา arrow ชาติพันธุ์&ภาษา arrow จ.อุบลราชธานี arrow สามเหลี่ยมมรกต
สามเหลี่ยมมรกต Print E-mail
14 พ.ย. 2006 11:52น.


  สามเหลี่ยมมรกต  ตั้งอยู่ที่ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
สามเหลี่ยมมรกต หรือ "ช่องบก" เป็นพื้นที่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 3 ชาติ คือ ไทย  สปป.ลาว  กัมพูชา ไม่ได้อยู่ในเขตของประเทศใดชัดเจน มีพื้นที่ประมาณ 12 ตร.ก.ม. โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย บริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา-ลาว ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัดทางรถยนต์ประมาณ 130 ก.ม. โดยใช้เส้นทางสายอุบลราชธานี-อ.เดชอุดม และจาก อ.เดชอุดม-น้ำยืน ตามทางหลวงหมายเลข 2214-2248 แล้วเลี้ยวขวาที่บ้านโนนสูง ไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 9 ก.ม.ก็จะไปถึง ค่าย ตชด.มว.ที่ 2243 ชื่อฐานอนุพงศ์ คอยรักษาชายแดนบริเวณนี้ และจากฐานอนุพงศ์เดินทางเข้าไปอีกประมาณ 4 ก.ม. ก็จะถึงบริเวณ "สามเหลี่ยมมรกต" (มติชนรายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545)
ประวัติความเป็นมา "สามเหลี่ยมมรกต" รอยต่อ 3 ประเทศ   ไทย - สปป.ลาว - กัมพูชา
เมื่อปีพุทธศักราช 2529 ได้เกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นที่ "ช่องบก" จนถึงปี พุทธศักราช 2531 เหตุการณ์จึงสงบลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำริกับ เรือตรีดนัย เกตุสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในสมัยนั้น กับ พลตรี อิสระพงษ์ หนุนภักดี ผบ.พล.ร.6 (ยศขณะนั้น) และคุณปราจีน ชำนาญระเบียบกิจ ผอ.ชลประทานที่ 5 (สมัยนั้น) ให้จัดสร้างอ่างเก็บน้ำ "ห้วยพลาญเสือตอนบน" ขึ้น เพื่อเป็นสิ่งกีดขวาง แนวทางเคลื่อนที่ของข้าศึก ซึ่งต่อมาได้สร้างเสร็จในปีพุทธศักราช 2531 โดยจุดก่อสร้างอยู่ใกล้กับพรมแดน 3 ประเทศ คือ (ไทย สปป.ลาว กัมพูชา) พร้อมทั้งได้ประโยชน์จากการกักเก็บน้ำ เพื่อใช้ในการเกษตรของราษฎรในพื้นที่ ลักษณะของน้ำในอ่างที่กักเก็บ จะมีลักษณะสีเขียวเข้ม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสีของมรกตสดใส เป็นธรรมชาติมาก อีกทั้งป่าไม้บริเวณรอยต่อสามประเทศ ยังมีความเขียวขจี เป็นบริเวณกว้าง ดังนั้น จึงคิดว่าน่าจะเรียกชื่อว่า “สามเหลี่ยมมรกต”  ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ผู้จัดการออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2545)


ความสำคัญของสามเหลี่ยมมรกต
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีได้ทำการศึกษาบริเวณพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมมรกต  โดยแบ่งการสำรวจออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มที่หนึ่งศึกษาด้านมานุษยวิทยา กลุ่มที่สองศึกษาด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น กลุ่มที่สามศึกษาด้านชีวภาพเเละสิ่งเเวดล้อม และกลุ่มสุดท้ายศึกษาด้านการท่องเที่ยว  ผลการสำรวจเบื้องต้นนั้นพบว่า พื้นที่ของทางด้านกัมพูชานั้นมีความสมบูรณ์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีศิลปะขอมและด้านชีวภาพของพื้นที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก  แต่กัมพูชายังมีขีดจำกัดในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว   จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากไทย  ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวนี้ยังรวมไปถึงลาวที่เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ในกลุ่มสามเหลี่ยมมรกต
นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มจังหวัดของกัมพูชาและลาวที่ติดกับชายแดนด้าน จ.อุบลราชธานี มีหลักฐานด้านมานุษยวิทยาว่ามีกลุ่มคนอาศัยอยู่จำนวนหลายชาติพันธุ์  ซึ่งเป็นผลดีด้านการศึกษาวิจัยและการท่องเที่ยว  ส่วนด้านชีวภาพก็มีความหลากหลาย และสิ่งเเวดล้อมยังมีความสมบูรณ์อยู่อย่างมหาศาล  มีภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนแต่ละชนชาติในแต่ละพื้นที่ด้วย
ระหว่างนี้ชุดสำรวจกำลังจัดทำแผนที่เส้นทางวัฒนธรรม  สถานภาพทางเศรษฐกิจ ระบบการคมนาคม  ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค และพร้อมเสนอแผนการวิจัยเพื่อนำไปกำหนดนโยบายการพัฒนาสามเหลี่ยมมรกตได้ภายในปี 2549 นี้ (จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันที่ 20 พ.ค. 2548  หน้า 31 โดย พงษ์สันต์  เตชะเสน)


สามเหลี่ยมมรกตในปัจจุบัน
การพัฒนาความร่วมมือสามเหลี่ยมมรกต เพื่อสานฝันร่วมกันของทั้งสามประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา  ได้มีการพัฒนาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในทางบวก  มีการประชุมระดับรัฐมนตรีในความร่วมมือโครงการการจัดตั้งคณะทำงานร่วมทั้งสามฝ่าย   ทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว  การสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแผนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการตลาด โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมมือกับองค์กรการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization) ดำเนินการทำการสำรวจ

สามเหลี่ยมมรกต ความฝันร่วม 3 ชาติ  ต้องลงทุนอย่างมหาศาลในการดำเนินการ เพราะบริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยกับระเบิดนับล้านลูกที่ไม่มีแผนที่  การปักปันเขตแดนที่ยังขยับแบบไปไม่ถึงไหน โครงการสนามกอล์ฟ 3 ประเทศ รีสอร์ตเชิงนิเวศน์  ศูนย์วัฒนธรรม 3 ชาติ  รวมทั้งพิพิธภัณฑ์สงคราม  ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล และเสี่ยงต่อการต้านของกลุ่มอนุรักษ์นิยม
ในเบื้องต้นการเชื่อมเส้นทางได้มีการพิจารณาเป็นอันดับแรก ด้านของไทยได้ลงมือทำการตัดถนน และสร้างสร้างสะพานเชื่อมข้ามลำห้วยเพื่อขึ้นไปยังสามเหลี่ยมมรกต แต่การดำเนินการยังไม่คืบหน้าเท่าใดนักเนื่องจากต้องระวังเเละเก็บกู้กับระเบิดไปพร้อมๆกันด้วย (โพสต์ทูเดย์  ฉบับประจำวันที่ 8 พ.ค. 2548 คอลัมน์ ทั่วไทยทูเดย์ โดยทวีศักดิ์ บุตรจันทร์ หน้า A2)


User Comments
Please login or register to add comments

Last Updated ( 22 ก.ค. 2007 00:51น. )
Statistics
Visitors: 226236
Who's Online
We have 47 guests online