|
มหิดลกับนักดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ผนึกกำลัง ร่วมสืบค้นชื่อทำนองเพลงกันตรึมหวั่นภูมิปัญญาสูญหาย
ทีมวิจัยมหิดลกับนักร้อง นักดนตรี ผู้รู้ ครูเพลงกันตรึมอีสานใต้ จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกันสืบค้นชื่อทำนองเพลงกันตรึมที่ยังไม่มีชื่อเรียก เป็นที่รับรู้กัน โดยนำเครื่องดนตรีมาเล่นทำนองแล้วช่วยกันบอกชื่อเพลง มีการแบ่งเพลงออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเพลงครู กลุ่มเพลงพิธีการ-กระบวนแห่ กลุ่มเพลงเบ็ดเตล็ด และกลุ่มเพลงมโหรี รวมได้ชื่อทำนองเพลงมากกว่า 150 เพลง แต่ยังมีเพลงอีกบางส่วน ที่ยังสืบหาที่มาไม่ได้ ซึ่งจะมีการสืบค้นให้สมบูรณ์ขึ้นต่อไป
โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับ ชมรมกันตรึมบ้านดงมัน จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสืบสานภูมิปัญญาเพลงพื้นบ้าน : การสืบค้นชื่อเพลงกันตรึม ไปเมื่อ วันที่ 22-23 มิถุนายน 2551 ณ โรงแรมทองเพกา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยมีครูเพลง นักร้อง นักดนตรีพื้นบ้าน ที่มีความรู้ด้านทำนองเพลงมาร่วมกันสืบค้นชื่อทำนองเพลงกันตรึมจำนวนกว่า 20 ท่าน หลายท่านเป็นครูดนตรีที่มีอายุ 80 กว่าปีแล้ว และเป็นครั้งแรกที่มีการจัดเวทีให้ผู้รู้ด้านดนตรีพื้นบ้านกันตรึมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
อ.อนันต์ สบฤกษ์ นักวิจัยในโครงการฯ กล่าวถึง ที่มาของการจัดประชุมว่า เนื่องจากทำนองเพลงกันตรึมซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่อดีตนั้น ปัจจุบันได้มีการนำมาร้องและบรรเลงอยู่ประมาณ 200 กว่าทำนอง แต่นักร้องและนักดนตรีกันตรึมสามารถจดจำชื่อของทำนองเหล่านั้นได้เพียง 70 กว่าทำนองเท่านั้น การไม่ทราบชื่อทำนองเพลง เป็นอุปสรรคต่อการสืบทอดเพลงกันตรึม และในอนาคตอาจทำให้ภูมิปัญญาเหล่านี้สูญหายไปได้ จึงได้จัดเวทีครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ทำนองเพลงทั้งหมดได้มีชื่อเรียกเป็นที่รับรู้ จดจำและสามารถสืบทอดต่อกันได้โดยง่าย เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญาด้านเพลงกันตรึมต่อไป ในการสืบค้นชื่อทำนองเพลง นักดนตรีได้นำเครื่องดนตรีต่างๆ อาทิ ปี่สะไล ซอ มาบรรเลงทำนองเพลง แล้วให้ที่ประชุมช่วยกันบอกชื่อของทำนองเพลงที่บรรเลง จากนั้นจึงสรุปออกมาเป็นชื่อเพลงที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน จากการประชุมมีการแบ่งทำนองเพลงออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเพลงครู กลุ่มเพลงพิธีการที่ใช้ในงานพิธีการและกระบวนแห่ กลุ่มเพลงเบ็ดเตล็ดที่ใช้ในงานประเพณีการละเล่น การฟ้อนรำ และกลุ่มเพลงมโหรี โดยในกลุ่มเพลงเบ็ดเตล็ดมีจำนวนเพลงมากที่สุด
จากการประชุมครั้งนี้สามารถรวมชื่อเพลงได้มากกว่า 150 เพลง แต่ยังมีทำนองเพลงอีกบางส่วนที่ยังสืบหาที่มาไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีการสืบค้นให้ได้เพลงที่ครบถ้วน และได้ชื่อทำนองเพลงที่สมบูรณ์ขึ้นต่อไป โดยในขณะนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำเสียงทำนองเพลงต่างๆ ที่ได้บันทึกไว้ไปทำเป็นโน้ตทำนองเพลงเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจะมีการจัดประชุมอีกครั้งในชุมชน เพื่อค้นหาชื่อทำนองเพลงที่ยังตกหล่นมารวบรวมไว้ รวมทั้งตรวจสอบความเข้าใจในเรื่องทำนองเพลงและชื่อเพลงกับผู้รู้ท่านอื่นๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป กันตรึมเป็นดนตรีพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ที่ใช้ภาษาเขมรถิ่นไทยในการขับร้อง ซึ่งมีการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีมุขปาฐะ หรือบอกต่อๆกันมาโดยวิธีการท่องจำ จนไม่สามารถยืนยันได้ว่า กันตรึมเกิดขึ้นสมัยใด กันตรึมมีพัฒนาการจากการเล่นประกอบพิธีกรรม เรียกว่าเพลงอารักษ์ มาเป็นเพลงพื้นบ้าน ลักษณะเป็นเพลงปฏิพากย์ ร้องโต้ตอบกันระหว่างชายหญิง เน้นความไพเราะของเสียงร้องและความสนุกสนานของทำนองเพลง เพลงกันตรึมไม่นิยมร้องเป็นเรื่องราว มักคิดคำกลอนให้เหมาะสมกับงานที่เล่นใช้ทั้งในงานมงคลและงานอวมงคล นอกจากเพลงกันตรึมจะเป็นที่นิยมในแถบอีสานใต้แล้ว ยังแพร่หลายไปในประเทศกัมพูชาด้วย |